8 พิกัด ห้ามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan

โตเกียว เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น นี่เป็นเมืองที่มีความเป็นสัญลักษณ์สำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวที่นับถือได้ในทุกๆ ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุกที่น่าตื่นเต้น วัดที่งดงาม หรือแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัย ในบทความนี้เราจะพาคุณไปสำรวจและเรียนรู้เกี่ยวกับ 8 พิกัดที่ห้ามพลาดในการเที่ยวโตเกียว เพื่อให้คุณเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการเดินทาง

สารบัญ

ประวัติความเป็นมาของโตเกียว

8 พิกัด หัามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan - YouTube

โตเกียว เป็นเมืองหลวงแห่งญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1868 เมื่อเสด็จพระราชสมบัติแห่งญี่ปุ่นย้ายมาอยู่ที่นี่ โดยก่อตั้งขึ้นบนพื้นที่ที่เรียกว่า “เอโดะ” ในภาษาญี่ปุ่น โตเกียวได้รับการพัฒนาเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่และสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เขตท่องเที่ยวสำคัญในโตเกียว

10 ที่เที่ยวโตเกียว ย่านน่าเดินในโตเกียว เที่ยวโตเกียวเที่ยวที่ไหนดี อัปเดตล่าสุดรับปี 2565 - 2566 - YouTube

1. การพักอาศัยในโตเกียว

เมื่อมาเที่ยวโตเกียว คุณสามารถเลือกที่พักได้ตามความต้องการและงบประมาณของคุณ ตั้งแต่โรงแรมหรูไปจนถึงโฮสเทลหรือเรือนแรมเล็กๆ ที่สะดวกสบาย โตเกียวยังมีเลือกมากมายให้คุณเลือกตามต้องการ ทั้งในเขตกลางเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และในเขตต่างๆ ที่มีบรรยากาศและสถานีรถไฟที่สะดวกในการเดินทาง

2. การเดินทางในโตเกียว

โตเกียวมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและง่ายต่อการเดินทาง คุณสามารถใช้รถไฟซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในการเคลื่อนที่ในเมือง นอกจากนี้ยังมีรถบัส รถแท็กซี่ และรถไฟใต้ดินที่ให้บริการอย่างหลากหลาย ทำให้คุณสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองได้อย่างง่ายดาย

3. สถานที่ท่องเที่ยวดัง

  • สวนสนุกดิสนีย์แลนด์: เป็นสวนสนุกที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก มีการ์ตูนและตัวละครโด่งดังเป็นแรงบันดาลใจมากมาย และมีสิ่งที่ต้องสัมผัสกับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นชั้นเรียน บันเทิง และความสนุกสนานที่จะทำให้คุณมีความทรงจำที่ยาวนาน
  • วัดซุงงิซาน: เป็นวัดที่สวยงามและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น มีโครงสร้างอันงดงาม และอาจจะมีโอกาสได้เห็นพิธีทางศาสนาที่น่าสนใจ
  • นิกโกะ: เป็นย่านการช้อปปิ้งที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่นี่คุณจะพบกับร้านค้าที่หลากหลายและร้านอาหารที่น่าลิ้มลอง และอาจจะมีโอกาสพบผลิตภัณฑ์หรือของที่ระลึกที่ไม่เจอในที่อื่น

สรุป

โตเกียว เป็นเมืองที่น่าสนใจและมีสิ่งที่นับถือในการเที่ยวชมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ การสัมผัสวัฒนธรรม หรือการเพลิดเพลินกับอาหารและการช้อปปิ้ง นอกจากนี้โตเกียวยังมีระบบการขนส่งสาธารณะที่สะดวกในการเดินทาง ทำให้คุณสามารถสำรวจและเที่ยวชมเมืองได้อย่างสะดวกสบาย

FAQs

Q: โตเกียวมีการเคลื่อนที่ที่สะดวกหรือไม่?

A: ใช่ โตเกียวมีระบบการขนส่งสาธารณะที่สะดวกและง่ายต่อการเดินทาง เช่น รถไฟฟ้า รถบัส และรถแท็กซี่

Q: มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในโตเกียวอะไรบ้าง?

A: มีหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น ดิสนีย์แลนด์ วัดซุงงิซาน และย่านนิกโกะ

Q: โตเกียวเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นใช่ไหม?

A: ใช่ โตเกียวเป็นเมืองหลวงและมีความสำคัญสูงในประเทศญี่ปุ่น

Q: อาหารในโตเกียวมีความหลากหลายหรือไม่?

A: ใช่ โตเกียวมีร้านอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารท้องถิ่นไปจนถึงอาหารสากลที่มีระดับคุณภาพสูง

Q: ควรที่จะเข้าชมโตเกียวในช่วงฤดูไหนของปี?

A: โตเกียวเหมาะสมที่จะเข้าชมได้ทุกฤดูกาล แต่แนะนำให้เลือกช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูใบไม้ผลิในการเที่ยวชมความงามของญี่ปุ่น

8 พิกัด ห้ามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan [VIDEO]

 

#โตเกียว #ญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น
รวบตรึง 8 พิกัด เทียวโตเกียวที่ห้ามพลาด ซึ่งเป็นคลิปที่ดูเหมือนจะสั้น แต่ตั้งใจทำมาก ๆ ค่ะ โดย 8 พิกัดประกอบไปด้วย

1. Tokyo Station จุดเริ่มต้นรถไฟของญี่ปุ่น
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Tokyo ทางออกที่จะมาชมหน้าสถานีสวย ๆ คือทางฝั่ง Marunouchi ออกได้ทั้ง south , north และ central เลยค่ะ

2.​ Tokyo Tower หอคอยแห่งความหวัง
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Akabanebashi ทางออก C1 , สถานี Onarimon ทางออก A1 , ลงรถไฟที่สถานี Daimon ทางออก A3, A6 หรือ ลงรถไฟที่สถานี Hamamatsucho ทางออก North

3.​ Tokyo Skytree หอคอยแห่งใหม่ของชาวโตเกียว
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Tokyo Skytree ทางออก 2, ลงรถไฟที่สถานี Oshiage ทางออก B3

4. Sensoji Temple ย่าน Asakusa วัดเก่าแก่อายุ 1,300 ปี คู่เมืองโตเกียว
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Ginza ลงที่สถานี Asakusa ทางออก A1

5.​ Odaiba เกาะที่มนุษย์สร้างขึ้น
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Tokyo teleport หรือนั่งรถไฟสาย Yurikamome ลงที่สถานี Daiba

6. Shinjuku ย่านการค้า ร้านอาหาร ร้านช้อปปิ้ง
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Shinjuku

Read More  พาเที่ยว เกาะกูด จ.ตราด

7. Shibuya ย่านรวมตัวของวัยรุ่น จุดกำเนิดแฟชั่นและร้านช้อปปิ้ง
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Shibuya ทางออก hachiko

8. Harajuku ย่านวัยรุ่น จุดกำเนิด คาวาอี้
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Harajuku ทางออก Takeshita street

เนื้อหาของวิดีโอ 8 พิกัด ห้ามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan

สวัสดีค่ะครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่นโดยสาวแสบตามาแล้วก็อบรมนะคะ วันนี้เราจะพาเพื่อนมาดู พิกัดเด็กพิการรับนะคะที่โตเกียว ถ้ามาแล้วเนี่ยต้องห้ามพลาดเดี๋ยวไปดูกันค่ะว่ามีที่ไหนเด็ดอะไรยังไงบ้างตามไม่ชอบก็เลยค่ะ โตเกียวเป็นเมืองหลวงของ ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 1 18 เดิมมีชื่อว่าเอโดะและโตเกียวมีความหมายว่านครหลวง แห่งตะวันออกที่นี้มักเป็น หมายปลายทางแรกที่นักเดินทางหมายปองเอาไว้เราไปดูป่ะ ที่ห้ามพลาดกันต่อนะ สถานีโตเกียวกับ สถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตก ที่ออกแบบโดยนายทัศนีย์นกจิ้งโกร่ง ที่มีความคล้ายกับสถานีอัมสเตอร์ดัม Central Railway Station ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ จะได้มีการทำข้อตกลงให้เป็น Sister Station ระหว่างกัน นี่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของรถไฟในญี่ปุ่น ถ้าจะเรียกว่ากิโลเมตรที่ 0 ของรถไฟก็ไม่ผิด ปัจจุบันมีรถไฟวิ่งเข้าออกวันละสิ มีผู้โดยสารมาใช้บริการวันละประมาณ 400 คน และมีชานชลาทั้งหมด 28 ชานชาลาที่ปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์กลางการเดินทาง และมีห้างร้านค้ารายล้อมมากมาย ที่ถือว่าเป็น อีกหนึ่งพิกัดที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวเช่นกันค่ะ มี Tokyo เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมปี 1914 แล้วกว่าจะเป็นสถานีโตเกียวที่มีอายุกว่า 100 ปีนั้น ไม่ผ่านอะไรมามากมาย ทั้งโดนระเบิดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 เหตุการณ์ไฟไหม้ทางฝั่งใหญ่ที่สุดในปี 1940 เริ่มเปิดตัววิ่งโทรไปโดยชินคังเซนเป็นครั้งแรก ในปี 1964 และยังยืนหยัดผ่านภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้จนถึงทุกวันนี้ โตเกียวได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ให้เสร็จสมบูรณ์สวยดังเดิมในปี 2012 เลยทำให้สถานีโตเกียวได้ถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา ถ้าเป็นเพื่อนมีโอกาสมาเยือนที่โตเกียวแล้ว บอกเลยคำว่าห้ามพลาด ที่นี่ค่ะ Tokyo Tower หรือหอคอย ทั้งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียวสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เปิดบริการในวันที่ 10 4 ตุลาคมปี 1905 โดยใช้เวลาสร้าง 1 ปีครึ่งด้วยงบประมาณ 3 พันล้านเยน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง การก้าวข้ามความโหดร้ายและความยากลำบากของประชาชน คิดถึงเป็นลานมาร์คสำคัญคู่เมืองโตเกียวมามากกว่าครึ่ง จุดประสงค์หลักของโตเกียวทาวเวอร์คือการส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ไปทั่วทั้งบริเวณโตเกียวและจังหวัดข้างเคียง ซึ่งปัจจุบันได้ยุติหน้าที่นี้เป็นที่เรียบร้อยไปแล้วค่ะ ในยุคนั้นนอกเหนือจากความสามารถในการกระจายสัญญาณให้ได้ไกลแล้ว ผู้มีส่วนร่วมในการสร้างตั้งใจที่จะสร้างให้สูงกว่าหอไอเฟล ที่ปารีสประเทศฝรั่งเศส ที่มีความสูง 320 14 เมตร โดยในท้ายที่สุดโตเกียวทาวเวอร์ก็สร้างเสร็จ ที่ความสูง 333 เมตร พร้อมจุดชมวิว 2 แห่งที่ mendes ในระดับความสูง 150 เมตร และ Top Deck ที่ความสูง 250 เมตร โดยสามารถชมความงามของเมืองโตเกียวได้แบบ 360 องศา ทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าวันไหนฟ้าใสอากาศดีก็สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิซัง ได้จากที่นี่ด้วยเช่นกันค่ะ โตเกียวสกายทรีหอคอยแห่งใหม่ของกรุงโตเกียว Tokyo skytree เป็นอีกหนึ่งแรงม้าของกรุงโตเกียว และยังได้รับการบันทึกใน guinness World Records ว่า เป็นอาคารหอกระจายสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุ ที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 634 เมตร แล้วเป็น Tower ที่สูงที่สุดในโลกในวันที่ 10 17 พฤศจิกายนปี 2011 5 Tokyo Sky Tree เปิดบริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พฤษภาคมปี 2012 จึงมาทำหน้าที่กระจายสัญญาณสื่อสารแบบ Digital แทน Tokyo Tower และความสูง 634 เมตรก็มีที่มานะคะซึ่งเป็นความตั้งใจที่จะกำหนดความสูงไว้ที่ตัว ตัวเล็กหมี ในภาษาญี่ปุ่นสามารถออกเสียงตัวเลขทั้ง 3 ตัวนี้ว่า ในสมัยก่อนคนญี่ปุ่นจะเรียกดินแดนในเขตโตเกียวไซตามะ kogawa ว่าเป็นเขตจังหวัดมูซาชิค่ะ ซึ่งมุกแทนเลข 6 ตาทะเล้น 3 และชี้แทนเลข 4 ค่ะ และบริเวณรอบๆโตเกียวสกายทรีนั้นก็อยู่ในเขตจังหวัดมูซาชิด้วย ดังนั้นตัวเลข 630 ก็จะเป็นตัวเลขที่มีความหมายและจดจำได้ง่ายของคนญี่ปุ่นนั่นเอง เราสามารถขึ้นชมวิวบนตึกนี้ได้นะคะโดยจะมีความสูง 2 ระดับค่ะ Tempered ที่ความสูง 350 เมตรและเทมโปแกลอรี่ ที่ความสูง 450 เมตร ในวันฟ้าใสอากาศดีก็สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากโตเกียวสกายทรีเช่นกัน รหัสต้องการถ่ายภาพคู่กับตึกโตเกียว Skytree ขอแนะนำบริเวณริมแม่น้ำสุมิดะ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่น่าแวะมาถ่ายภาพ ถ้าไม่ช่วงกลางวันและกลางคืน ที่จะมีไฟประดับ ตกแต่งอย่างสวยงามซึ่งจะเปลี่ยนไปตามทีมและเทศกาลสำคัญสำคัญค่ะ เซนโซจิหรือที่หลายๆคนรู้จักกันในชื่อวัดโคมแดง ตั้งอยู่ในย่าน อาซากุสะใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออันดับต้นๆ ที่ใครมาโตเกียวแล้วต้องแวะซื้อ อินคา วัดเซนโซจิมีประวัติ ความเป็นมาอยู่คู่ชาวโตเกียว เกียวยาวนานกว่า 1,300 ปีที่มีจุดเด่นอยู่ที่โคมไฟสีแดงขนาดยักษ์มีน้ำหนักกว่า 7 700 กิโลกรัมตั้งอยู่ที่ประตูคามินาริหรือจะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ ของวัดเซนโซจิเลยก็ว่าได้ค่ะ นับตั้งแต่ประตูถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1960 หลังจากไฟไม่ได้ทำลาย อาคารเก่า ในช่วงกลางศตวรรษที่ ทางวัดก็จะซ่อมแซม Chrome 10 ปี โดยเฉพาะโครงของโคมไฟ และกระดาษที่หุ้มโคมไฟจะถูกเปลี่ยนโดยช่างผู้ชำนาญจากเมืองเกียวโต ด้านล่างของโคมไฟก็เป็นการแกะสลักไม้เป็นรูปมังกรที่วิจิตรบรรจงมากๆค่ะ ไม่เดินลอดผ่านประตูคามินาริมงเข้าไปแล้วก็จะพบกับถนนนากามิเสะ ซึ่งจะมีร้านค้าจำหน่ายท้องสาก และขนมมากมาย ตั้งเรียงรายการ 8 19 ร้านค้า เป็นระยะทาง 250 เมตร ซึ่งถนนนากามิเซะนี่เองถือได้ว่าเป็นถนนร้านค้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่ค้นพบในช่วงศตวรรษที่ 17-18 ที่ยังคงให้กลิ่นอายในยุคเอโดะมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ อดีตร้านค้าในย่านนากามิเสะ ผ่านเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในวัด จะเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเขตคันโตปี 1920 3 เหตุการณ์ไฟไหม้จากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1904 25 มีการปรับปรุงหลายต่อหลายครั้งเริ่ม วิธีการทำป้ายไฟร้านค้าและปูทางเดินด้วยหินในปี 1908 55 และในปี 1992 ได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตเกียว ใน resetting project ซึ่งเป็นการทาสีอาคารและการวาดภาพศิลปะบนประตูเหล็ก เมื่อร้านค้าปิดลงจะทำให้ถนนนากามิเสะยังคงสวยงามอยู่เสมอดังที่เราเห็นกันจนถึงทุกวัน วันนี้ค่ะ รองเท้าที่เป็นเส้นๆเห็นอยู่นะ เขาติดอยู่บริเวณ ประตู ทางเข้าวัดเซนโซจิ เจ้ารองเท้าที่บ้านนะคะ เขาก็มีชื่อว่าโอม เป็นรอง หาวแล้วหาที่ทำโดย ข่าวบ้านจ้ะ เมืองมุรายามะ ก็ใช้เวลาทำ หาใช้คนทำเนียบ 800 คน มาช่วยกัน หาที่มีน้ำหนัก 2,500 กิโลกรัมแล้วก็ มีความสูง 4 นิ้ว 15 เมตร เขาก็มีความเชื่อว่า ใครได้ไปต่อ หรือว่าไป 2 คือ เชือกหลวง ก็จะทำ ทำให้เดินทาง วัดเซ็นโซจิสร้างขึ้นในปี 628 มีอายุกว่า 1, 300 ปี ในอดีตกล่าวกันว่าได้มีชาวประมงพบเจ้าแม่กวนอิมลอยเข้ามาติดอยู่ในตาข่าย ปลาคลอง 2 ที่แม่น้ำสุมิดะ ซึ่งอยู่ใกล้ๆวัด ทั้งสองจึงได้นำเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้มาประดิษฐานที่วิหารคอนโดแห่งนี้ แล้วต่อมาวัดเซ็นโซจิก็กลายเป็น สักการะของคนญี่ปุ่น ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีผู้คนแวะเวียนมาสักการะที่นี่ 30 ล้านคน และถือว่าเป็นวัดเก่า คู่เมืองโตเกียวเลยค่ะ เครื่องรางก็ห้ามพลาด เพราะที่วัด เครื่องรางก็ ชื่อเช่นกันโดยเฉพาะ คู่ค่ะ กลายเป็นเครื่องราง สุดไปเลย แม้แต่คนญี่ปุ่นก็ยังต้องมา ที่วัดแห่งนี้ นอกจากนี้นะคะเขาก็จะมีโซนที่เอาเครื่องรางเก่า เนื้อหาเมื่อคืน ก็เอามาคืน ที่จุดนี้ Sensoji เป็นที่ร่ำลือในหมู่คนญี่ปุ่นว่า จะได้เซียมซีใบโชคร้ายมากกว่าใบโชคดี แต่ถ้าใครได้ไปโชคดีก็จะโชคดีสุดๆไปเลยค่ะ หลังจากไหว้พระขอพรกันแล้วก็อย่าลืมแวะมาเสี่ยงเซียมซีกันด้วยนะคะ เซียมซี คิดมากๆโดยเฉพาะหนุ่มสาวญี่ปุ่น ถ้าขายได้บางช่วงไม่ดีก็สามารถปลูกไว้ที่วัดแล้วขอพรให้กลับไปโชคดีแทนค่ะ โอไดบะตั้งอยู่ริมอ่าวโตเกียวเป็นอีกหนึ่ง Spot การท่องเที่ยวที่ไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในหมู่คนญี่ปุ่น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็นิยมเช่นเดียวกันค่ะ Onopen เกาะที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ พี่โชกุนโตกุกาว่าได้สั่งให้สร้างขึ้น เพื่อป้องกันการโจมตีทางทะเล จนมาในปี 1990 ได้มีการพัฒนาพื้นที่โอไดบะให้เป็นแหล่งการค้าที่อยู่อาศัยและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่สำคัญของชาวโตเกียวค่ะ อีกหนึ่งไฮไลท์ของ ors ที่หนุ่มสาวนิยมออกเดทกันก็คือสะพานสายรุ้งและเทพีเสรีภาพ ที่จะได้มองเห็นวิวทะเลสุดโรแมนติกและวิวเมืองโตเกียว โดยมีรูปปั้นเทพีเสรีภาพที่มีขนาดเพียง 1 ส่วน 7 ของเทพีเสรีภาพ ที่นิวยอร์กค่ะ แรกเริ่มเดิมทีประเทศฝรั่งเศสเคยนำรูปปั้นเทพีเสรีภาพมาจัดแสดงที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ปี ในช่วงปี 1998 รำลึกถึงมิตรไมตรีระหว่างญี่ปุ่นกับฝรั่งเศส จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากแต่พอครบกำหนดชาวญี่ปุ่นก็อยากให้ตั้งเทพีเสรีภาพเอาไว้ที่นี่ แล้วเมื่อต้องนำรูปปั้นกลับไป ทางประเทศฝรั่งเศสจึงหล่อรูป บ้านจำลองชิ้นใหม่ แล้วส่งมาให้จัดแสดงอย่างเป็นการถาวร ตั้งแต่ปี 2 ผ่านมาจนถึง ทุกวันนี้ค่ะ วิวที่ได้เห็นการมีก็คือตึกฟูจิทีวีค่ะที่เราสามารถขึ้นไปชมวิวบนตึกสูงได้นะคะ และในช่วงกลางคืนเนี่ยก็จะมีการประดับซะอย่าง ที่เห็นสวยงามมากๆเลย แล้วจุดนี้เองก็จะได้เห็นยูริกะโมเมนต์หรือรถไฟไร้คนขับ ทีวีด้วยล้อยาง ก็จะวิ่งรอบเมืองโอไดบะเลยค่ะ หุ่น Unicorn Gundam หรือหุ่นกันดั้มยักษ์สเกลขนาดเท่าตัวจริงที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้าง Diver City odaiba มาแทนหุ่นกันดั้มรุ่น RX 78 โดยเจ้ายูนิคอร์นกันดั้มตัวนี้เนี่ย มีความสูงอยู่ที่ 19.7 เมตรค่ะแล้วก็มีสีขาวนะคะ ซึ่งจะมีการจัดแสดงการเคลื่อนไหวและไฟล์ในช่วงกลางคืนด้วย โดยจะมีการปรับโหมดการเคลื่อนไหวของใบหน้า ข้อต่อต่างๆตามส่วนแขนขาคอไหล่ สะโพก รวมกว่า 50 จุด พร้อมปรับเปลี่ยนจากยูนิคอนหมดไปเป็น destroy Mode ค่ะ ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าสาวกที่ได้ชมกัน และบริเวณข้างเคียงการก็มีการประดับประดาไฟ บนบันไดสลับสีไปมา สร้างสีสันให้กับบริเวณนี้ยิ่งนัก ชินจูกุคือย่านธุรกิจที่เฟื่องฟูที่สุดในโตเกียวเป็นศูนย์กลางธุรกิจห้างสรรพสินค้าร้านอาหาร ร้านกินดื่มร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านค้าใต้ดินและรวมถึงศูนย์ราชการของกรุงโตเกียวก็ตั้งอยู่ที่เขตนี้ด้วยเช่นกันค่ะ ต้องมีนะคะก็เป็นบริเวณสถานีชินจูกุนะคะทางออกที่ตะวันตก ที่เขามีการปรับปรุงใหม่หรอก็เนี่ยค่ะเพื่อนๆจะเห็นปรับจอ Display ที่แบบว่าก็ใหญ่มาก แล้วก็ทางเดินที่กว้างมากๆเลยอันนี้ก็เป็นบรรยากาศยามเย็นนะคะของวันธรรมดา อยู่บริเวณหน้าสถานีชินจูกุนะคะทางออกทิศตะวันตกเนาะ สถานีรถไฟชินจูกุเป็นสถานีที่ใหญ่และมีผู้คนมาใช้บริการเฉลี่ย 3.5 ล้านคนต่อปี จนได้รับให้เป็นสถานีที่วุ่นวายที่สุดในโลก จากกินเนสเวิลด์เรคคอร์ดในปี 2018 มีชานชลาทั้งหมด 35 ชานชลาเป็นศูนย์รวมรถไฟหลากหลายสายทั้งบนดินและรถไฟใต้ มีทางออกทั้งหมด 200 ทางออก เริ่มเปิดบริการครั้งแรกในปี 1885 ค่ะ ถ้ามาถึงชินจูกุแล้วไม่กล่าวถึงย่านคาบูกิโจที่อยู่ทางทิศตะวันออกของสถานีก็เดี๋ยวจะหาว่ามาไหม คิดถึงนะคะ คาบูกิโจเป็นหลัง Entertainment ที่มีสีสันทั้งกลางวันและยามกลางคืน ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโตเกียวและญี่ปุ่นถนน Central Road ย่านคาบูกิโจ ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านทั้งกลางวันและกลางคืนและยังเป็นจุดถ่ายภาพสุดฮอต ที่มีก็อตซิลล่าโผล่ขึ้นมาจาก ด้วยค่ะ ที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหาร Night Club Bar Host Club ร้านปาจิงโกะร้านคาราโอเกะโรงแรม โรงภาพยนตร์ รวมทั้งร้านขายสินค้าลดราคาต่างๆ ซึ่งร้านค้าในย่านคาบูกิโจนี้เปิดบริการช่วงกลางวันประมาณ 10:00 น ส่วนกลางคืนจะเริ่มคึกคักหลัง 18:00 น เป็นต้นไป ใครขี้เหงาต้องการแสงสีให้มาที่ชินจูกุ บอกเลยค่ะว่าเมืองที่ไม่เคยหลับไหลมีอยู่จริงๆ กราฟของคนชอบกินดื่มตอง oyako โชว์หรือถ้าแปลตามชื่อก็คือ Memory หรือตอกแห่งความทรงจำ กรอกลับแห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยก่อนด้านตะวันตกของชินจูกุ เขาเป็นย่านกินดื่มในยุคนั้นค่ะ ที่เป็นงานรวมร้านอิซากายะหรือร้านกินดื่มของคนญี่ปุ่น ที่มาสมัครทีมสังสรรค์กันในช่วงเย็น เป็นต่อ เล็กๆที่จำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารหลากหลายชนิด เส้นราเมงโซบะ โอเด้งยากิโทริเป็นต้น บรรยากาศรอบข้างก็ยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น แบบดั้งเดิมเอาไว้ค่ะ บริเวณนี้นะคะก็เป็นที่นั่งร้านกว้างๆนะคะที่อยู่บริเวณ ทางออก New South Exit นะคะของสถานีชินจูกุแล้วก็ห้างที่อยู่ตรงข้ามที่เป็นด้วยกำลังเห็นในภาพ ตามนี้นะคะก็คือเป็นห้างทาคาชิมาย่าสาขาชินจูกุนะคะเป็นที่นั่งพัก มาหานั่งพักนั่งรอ ตอนนี้ช่วงคริสต์มาสหรือปีใหม่ณบริเวณนี้เขาก็จะมีการปรับ อีหยัง สวยงามเลยนะคะ แต่ว่าช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงปีใหม่นะดังนั้นเขาก็เลย ไม่ได้ปรับ ตรงนี้ให้มันสวยสดงดงามนะคะ บริเวณตรงข้ามเนี่ยเพื่อนก็จะได้เห็น ตึก ที่มีหอนาฬิกานะคะเป็นตึก ของโดนขโมย ซึ่งเป็น Landmark ของชินจูกุอีก 1 แห่งนะคะ ไม่ว่าเราจะขึ้นทางด่วนหรือว่า นั่งรถไฟนะคะเราก็จะมองเห็นเจ้าตึกนี้นะคะหรือว่าเราอยู่บนตึกสูงเนาะเราก็สามารถมองเห็น เห็นเจ้าของนาฬิกานี้ได้นะคะ ชิบูย่า สัญญาณที่เกิด คำนิยามกลางวันและกลางคืน เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยบริษัทห้างร้านค้ากาแฟต่างๆ รวมถึงแหล่งบันเทิงร้าน กินดื่มร้านคาราโอเกะ ที่พักผ่อนหย่อนใจ ขี้เซา เกี่ยวมักจะใช้เวลาหลังเลิกงานนัดพบปะ สัญญาณที่หน้านี้ค่ะ ไม่ว่าเวลาจะ ผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ชิบูย่าก็ยังเป็นศูนย์กลางแหล่งรวมตัวของวัยรุ่น และยังคงเป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมใหม่ๆ แฟชั่นต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีต้นกำเนิดอยู่ที่ ญาณีเสมอ ตรงนี้ก็เป็นอนุสาวรีย์ฮาจิโกะ ซึ่งเราไม่เคยมาช่วงยามค่ำคืนเลยนะ ก็น้องยังอยู่ตรงนี้นะคะ ความคึกคักที่เป็นที่กล่าวขานของคนทั้งโลกต้องยก ให้กลับ 5 แยกชิบูย่า หรือที่เรามักจะรู้จักกันว่าให้แยกวุ่นวาย ซึ่งเป็นพิกัดที่ มีใครมาชิบูย่าแล้วต้องแวะมา เช็คอินกันนะคะ ซึ่งภาพของห้าแยกนี้เคยปรากฏในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ในหลายๆเรื่องเช่น Log in time Rachel และยังเป็นที่จดจำของคนทั่วโลกใน VTR เปิดตัวประเทศญี่ปุ่น ที่รับไม้ต่อการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Tokyo Olympic 2020 ที่เมืองริโอเดอจาเนโรในปี 2016 พี่นายชินโซอาเบะนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นและแต่งตัวเป็น Super Mario ที่เดินทาง จากโตเกียว ตีห้าแยกชิบูย่าไปยังเมืองลีโอ ตั้งความจดจำและทำให้คนทั่วโลกรู้จัก 5แยกชิบูย่ากันมากยิ่งขึ้นค่ะ ถนน Center กลายเป็นอีกหนึ่งถนน พี่สาย Shopping ชื่นชอบ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะได้มีการเปลี่ยน เปลี่ยนชื่อถนนนี้เป็นบ้า ติดตั้งแต่ปี ปี 2011 เป็นต้นมา คือต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของถนนย่านนี้ ที่ไหนสมัยก่อนดูเป็นญาติ พี่อันตรายให้กลับมาเป็นย่านที่ดูสดใส โดยใช้กีฬาเป็นตัวนำทาง และอีกนัยหนึ่งก็คือเป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางไปยังสนามกีฬา Yoyogi National Stadium ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่ใช้แข่งขันบาส แกบอกนั่นเองค่ะ Center gai คือถนน พี่สองฝั่งข้างทางเรียงรายเต็มไปด้วยร้านค้าสินค้าแฟชั่น เครื่องใช้ต่างๆร้านอาหารคาราโอเกะ ร้านคาเฟ่ ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งตั้งอยู่ใจกลางชิบูย่า โดยมีความยาวประมาณ 300 เมตรค่ะ ถนนเส้นนี้มีความคึกคักตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน จะมีเสียงตามสายที่มีดีเจคอยพูดคุย หรือเปิดเพลงสร้าง ความบันเทิงและสี ผู้มาเยือน อีกหนึ่งแหล่งกินดื่มสุดเรทโทรของชิบูย่า ต้องซอยนี้ค่ะ มีชื่อว่านนท์เบ yokocho เป็นซอยเล็กๆที่ให้ ทนายความวิน พี่ตอนนี้ร้านค้าต่างๆ ยังเปิดไม่ครบเพราะสถานการณ์ covid 19 แต่ถ้าในช่วง ตอนนี้ก็จะคึกคักเป็นสีสันของ ชิบูย่าในยาม ทำคืนด้วยค่ะ ชิบูย่า สัญญานี้ เป็นที่รู้จัก กันทั่วโลกในฐานะเป็น แฟชั่นและวัฒนธรรม คนหนุ่มสาวญี่ปุ่นในอดีต กูเคยเป็นที่หนึ่ง พักค้างแรมของนักเดินทางในสมัยเอโดะ พี่ปลาได้ก็ ที่พักแรมในทุ่ง แต่ถ้าเราจะอยู่ในปัจจุบันมีเสน่ห์ดึงดูดระดับโลก ในฐานะที่เป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมค่ะไว้ ซึ่งแตกต่าง จากเดิมไปอย่าง สิ้นเชิง ทาเคชิตะโดริเป็นถนนสายหลัก พี่เป็นสัญลักษณ์ของฮาราจูกุและเป็นจุดที่ห้ามพลาดถ้าได้ไปเยือน ที่นี่เรียกว่าเป็นสวรรค์ของสาย Shopping ซึ่งตั้งอยู่หน้าสถานีฮาราจูกุ ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ภายในถนนยังมีร้านค้าช้อปปี้ วิ่งให้สายชอบได้ไปละลายทรัพย์กันมากมายค่ะ เช่นร้านร้อยเยนไดโซะ ร้านขายยาที่จำหน่ายเครื่องสำอางทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์เกาหลี ร้านคาเฟ่ ร้านขายขนมชื่อดังต่างๆ ร้านเสื้อผ้าร้านเครื่องประดับ เป็นต้น ก็เห็นว่ามีตึก เข้าเยอะมาก ล็อคล้อ แต่ละร้านที่เรียงรายอยู่ริมถนนส่วนใหญ่จะจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่แพงค่ะ วัยรุ่นเรื่องถึงได้ ส่วนร้านเสื้อผ้าก็จะเป็นร้านแนวบูติค ที่มีแฟชั่นทันสมัยสีสันสดใสบางร้านก็ออกจะล้ำยุคเสียด้วยซ้ำ ถนนนี้จะได้ครองใจวัยรุ่นมาได้หลายสิบปีเลยล่ะค่ะ ระยะทางกว่านี้ 400 เมตรบนถนนทาเคชิตะโดริ ถ้าใครเดินผ่านแล้วไม่แวะร้านไหนเลย ก็ถือว่าใจแข็ง สุดๆเลยค่ะ เพราะถนนเส้นนี้มีแต่ของน่ารักราคาเพื่อนถึงได้ ที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเห็นแล้วพร้อมจะเทเงินละลายทรัพย์ กันทันที ในช่วงเวลา ถนนเส้นนี้แทบจะไม่ต้องเดินค่ะ เพราะจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่ในช่วงเวลานี้คนอ่าน จะดูบังตา ทุกคนรอการกลับมาเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ เขาเป็นเพื่อนอยู่นะคะ การฝังถนนโอโมเตะซานโดะกันบ้างนะคะ ถนนเส้นนี้จะเต็มไปด้วยห้าม สรรพสินค้าและร้านค้าแบรนด์เนมต่างๆ มากมาย พี่จะให้บรรยากาศ ออกกันคนละแบบ ถ้าใครมา มาแยก ตลาดสบู่แล้วไม่มาตรงนี้เหมือนว่ายังไง มาไม่ถึงนะคะ เป็นอีกหนึ่งถ้าคิดได้ มาถ่ายรูป คนที่มาเยือน พี่ก็คือ Q Plaza นะคะเพราะว่า ทำอะไรเนี่ยพี่ กระจกนะมันก็จะมีความสะท้อนแสง ทำให้เกิดดีเจสวยงาม งามมากๆเลย ถ่ายรูปออกไปข้างนอกมันก็จะเห็นแยกตากระตุก ตรงนี้ก็สวย พรุ่งนี้นะคะ มาก็เป็นบริเวณอาคารที่เขากำลัง จะสั่งใหม่นะ แต่สิ่งที่ จะให้เพื่อนๆดูนะคะก็คือกำแพงเนาะ ส่วนที่เขามีก่อน ย้อนหลังแต่ว่า ตัวกำแพงเนี่ย เขาก็มีการ หาซื้องานเลี้ยง มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เมญ่าเมจิจิงกุ ก็มีวิวัฒนา ตั้งแต่ปี 2009 มหาลัยไปเรื่อยๆจนถึง ยานี้ตัวนี้เนี่ยเขามีอะไร ไปเปลี่ยนไปมีอะไร อะไรเกิดขึ้นใหม่แล้ว อะไรที่ยังคงอยู่ ปี 2009 ก็เริ่มมีแฟน เห็นมีผู้หญิงญี่ปุ่นนะคะทั้งญี่ปุ่นเอ้ยทั้ง เลยนะฮะก็ได้ค่ะเป็นภาพบรรยากาศในสมัยก่อนปี 1908 กระติกนะคะ 40 ปีที่แล้ว แล้วมีสีสัน ปี 190 นะคะ ก็เริ่มเป็นเทรนด์แฟชั่นนะคะแหล่งรวมวัยรุ่นแล้วก็ปี 2000 ก็ฮาราจูกุคาวาญี่ปุ่น กก มาทำ นายแบบ Twitter เป็นต้นมา ปี 2010 ก็เป็นแบบว่า ซินดี้ ตึกใหม่ที่กำลังจะ ก็ในปี 2020 เชื่อว่าเดี๋ยวเพื่อนๆก็คงจะได้มา ก็คือจริงกุมาเอกบิ๊กซี เด็กใหม่ที่เขาจะ พรุ่งนี้ล่ะ จะ renovate จุ๊บุให้ดูทัน มาคืนค่ะ ที่เพื่อนๆเห็นอยู่นี้นะคะ เขามีชื่อว่า โอลิมเปีย สมัยที่ โตเกียว ในปี 1906 ได้ เป็น commercial ส่วนด้านบน อาศัยได้เป็นที่ทำการของบริษัท ล้างอยู่บ้าน คนก็ มาทำเปิด ตึกนี้ก็จะอยู่ตรงข้ามกับ กลับสถานีรถไฟ ดาราจุก ฉันอยู่ตรงทางออกอมตะ ตลกนะ หวังว่าหรือ เรื่องราวที่เรานะ เป็นเพื่อนนะคะ อย่าลืมกดสับ พวกเราด้วยนะคะ ติดหน้าบ๊ายบายค่ะ

Read More  10 สถานที่ท่องเที่ยวในน่าน : Travel Thailand